เดือน: พฤศจิกายน 2021

BOM ตัวช่วยธุรกิจกำหนดสูตรการผลิตสินค้าสำเร็จรูป

การผลิตสินค้าสำเร็จรูปที่มีคุณภาพและตรงตามเวลาเป็นสิ่งสำคัญ ต่อความสำเร็จของธุรกิจใดๆ สิ่งสำคัญในการเตรียมกระบวนการนี้อยู่ที่การวางแผน การกำหนดเวลากิจกรรมการผลิต และมีความพร้อมในการจัดส่งตรงต่อตลาด เราจึงอยากแนะนำหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญในการกำหนดการผลิตเรียกว่า Bill of Materials (BOM) ว่ามีการทำงานยังไง และเหมาะกับธุรกิจใดบ้าง

สินค้าสำเร็จรูปคืออะไร?

คือ สินค้าซึ่งตามสภาพอาจอุปโภคบริโภคได้ โดยไม่จำต้องเปลี่ยน หรือดัดแปลง หรือนำไปผสมกับสิ่งอื่น แต่สิ่งใดจะเป็นสินค้าสำเร็จรูป ต้องคำนึงถึงการใช้ตามสภาพด้วย มิใช่สักแต่ว่าอาจใช้ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนดัดแปลง หรือผสมแล้วก็เป็นสินค้าสำเร็จรูปไปทันที (ตามประกาศ กรมสรรพากร)

 

โปรแกรมบัญชี AccCloud ERP

Bill of Material หรือ BOM คืออะไร

Bill of Material หรือ BOM หมายถึงรายการสินค้าคงคลัง รวมถึงส่วนประกอบ วัตถุดิบ ชิ้นส่วน ฯลฯ ที่จำเป็นในการวางแผน การผลิต และการจัดการผลิตภัณฑ์ และในบางที่จะประยุกต์ใช้เข้ากับการจัดซื้อรายการส่วนประกอบ สูตรผลิตภัณฑ์ หรือโครงสร้างผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด

 

ประโยชน์ของ Bill of Material

Bill of Material นั้นมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ช่วยองค์กรระบุส่วนประกอบของสินค้าได้ คำนวณงบประมาณ วางแผนการผลิต จัดการสินค้าคงคลัง และอื่นๆ เช่น

การระบุส่วนประกอบของสินค้าสำเร็จรูป
BOM ช่วยให้บริษัทระบุและจัดระเบียบส่วนประกอบที่จำเป็นในการสร้างผลิตภัณฑ์ โดยมีขั้นตอนลำดับชั้นของการผลิตสินค้าสำเร็จรูปพร้อมกับส่วนประกอบที่ใช้ ช่วยให้ธุรกิจสามารถบันทึกและจัดระเบียบส่วนประกอบต่างๆ ได้เป็นระเบียบ

 

การคำนวณงบประมาณที่ต้นทุน
BOM จะช่วยคำนวณต้นทุนของส่วนประกอบแต่ละรายการที่ใช้ในผลิตสินค้า ทำให้ธุรกิจสามารถประมาณการต้นทุนการผลิต และจัดทำงบประมาณได้ และทำให้กำหนดราคาสำหรับจำหน่ายสินค้าสำเร็จรูปและทบกำไรได้

 

จัดทำรายงานเอกสารข้อมูลการผลิต
BOM เป็นแหล่งข้อมูลจริงแหล่งเดียว สำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต ช่วยให้ทุกคนสื่อสารและส่งต่อข้อมูลการผลิตได้อย่างชัดเจนและ ลดโอกาสที่จะเกิดความเข้าใจผิดหรือการสื่อสารผิดพลาด

 

การจัดการสินค้าคงคลังและวางแผนการผลิต
ช่วยจัดเก็บข้อมูลสินค้าคงคลังเพื่อประเมินแผนการผลิตสินค้าในแต่ละครั้ง พร้อมการกำหนดระยะเวลาได้ ป้องกันการที่สินค้าขาดตลาดหรือม่ให้สินค้าล้นสต็อก

BOM มีส่วนช่วยการกำหนดการผลิตยังไง

Bill of material (ฺBOM) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกำหนดการผลิต เพื่อช่วยในการวางแผนการผลิตที่สามารถระบุว่าสินค้าแต่ละชิ้นจำเป็นต้องผลิตด้วยวัสดุและส่วนประกอบใดบ้าง และช่วยให้สามารถประมาณการการใช้ทรัพยากรต่างๆ เช่น แรงงาน วัสดุ และเครื่องจักรได้อย่างถูกต้อง

 

ด้วยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ได้รับจาก Bill of material (ฺBOM) ทำให้ธุรกิจต่างๆ สามารถปรับปรุงการจกำหนดการผลิต เพื่อลดการเสียวัตถุดิบ ลดความเสี่ยงของความล่าช้าในการผลิตได้ และยังช่วยในการควบคุมคุณภาพโดยรับรองว่ามีการใช้วัสดุที่ถูกต้องในแต่ละขั้นตอนของการผลิต ซึ่งจะช่วยควบคุมคุณภาพของสินค้าสำเร็จรูปได้

ธุรกิจแบบไหนที่ควรประยุกต์ใช้ BOM

การนำ BOM ไปใช้กับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้า โดยไม่จำเป็นต้องเฉพาะอุตสาหกรรมเท่านั้น มั่นใจได้ว่าจะได้รับประโยชน์จากการนำ BOM ไปใช้ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ การบินและอวกาศ สินค้าอุปโภคบริโภค และธุรกิจที่มุ่งเน้นการบริการที่มีส่วนประกอบในการผลิต เช่น บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซม

 

ธุรกิจที่ดำเนินงานในอุตสาหกรรมที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด ซึ่งความแม่นยำและการปฏิบัติตามกฎระเบียบเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง จะได้รับประโยชน์เป็นพิเศษจากการใช้ BOM นอกจากนี้ บริษัทที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ ควรพิจารณารวม BOM เข้ากับกระบวนการวางแผนการผลิตของตน

ตัวอย่างการใช้ BOM สำหรับอุตสาหกรรม

ในภาคการผลิต กว่าจะเป็นสินค้าสำเร็จรูปได้ จะต้องมีการผ่านขั้นตอนการผลิต และ จะต้องมีสูตรในการผลิตสินค้าชั้นนั้นๆ

 

สูตรการผลิตของสินค้าสำเร็จรูปแต่ละประเภทถึงแม้จะเป็นชิ้นเดียวกันก็อาจจะไม่เหมือนกัน ขึ้นกับว่าสินค้านั้นเป็นการสั่งผลิตเฉพาะลูกค้ารายนั้นๆ หรือ สั่งผลิตโดยทั่วๆไป เช่น ถ้าผลิตทั่วไป ไม่ต้องใส่วัตถุดิบประเภทสารเคมี A แต่ถ้าผลิตให้กับลูกค้าเฉพาะรายนี้ต้องใส่สารเคมี A

 
 
 
 

ดังนั้นถ้าในภาคอุตสาหกรรมหรือ กิจการไม่วางแผนเรื่องการสร้างรหัสให้ดีๆ รหัสสินค้ามีโอกาสขยายตัวได้อย่างรวดเร็วตาม Order และจะทำให้ Stock เยอะและมั่วได้ในเวลาไม่ช้า

 

ดังนั้นการกำหนดสูตรการผลิตจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการวางระบบ ERP ในองค์กร ถ้ามีการวางแผนที่ดีด้วยโปรแกรมที่ตอบโจทย์ การควบคุม Stock และ กระบวนการจะสามารถทำได้ไม่ยาก

 

สูตรการผลิต จะประกอบด้วยวัตถุดิบหลายประเภท กิจการมักจะมีคำถามว่าอะไรควรใส่ในสูตร จะเอาทุกอย่างใส่ในสูตรเลยดีหรือไม่ คำตอบคือ เอาเฉพาะสินค้าที่เราต้องการคุม Stock เท่านั้นครับ ตรงส่วนที่ไม่จำเป็นให้ ตัดออกเป็นวัสดุสิ้นเปลืองไป เพื่อให้เกิดความง่ายในการคุม สต๊อกการผลิตและการปฏิบัติงานด้วยเช่นกัน

 

การกำหนดสูตรที่ดี ระบบจะต้องสามารถสร้างเป็นสัดส่วนของการผลิตได้ เช่น ในการผลิตสินค้าสำเร็จรูป 150 ชิ้น ต้องประกอบด้วยวัตถุดิบเท่าไหร่ และเวลาเปิด Job ผลิต ระบบจะต้องสามารถคำนวณอัตราส่วนการเบิกใช้และต้นทุนตามสัดส่วนได้เช่นเดียวกัน

 

สรุปได้ว่า Bill of material (ฺBOM) ทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญในขอบเขตของการวางแผนการผลิต ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถจัดการการผลิตสินค้าสำเร็จรูปได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจาก  Bill of material (ฺBOM) ธุรกิจต่างๆ จะสามารถจัดการกับความซับซ้อนของการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ตรงกับความต้องการของตลาดอุตสาหกรรม

โปรแกรมบัญชี AccCloud เป็นโปรแกรมที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ครบถ้วน เป็นโปรแกรมระดับ ERP แต่ราคาระดับโปรแกรมบัญชีทั่วไป เหมาะกับองค์กรขนาดกลาง-ใหญ่ และแบบฟอร์มเอกสารสำหรับยื่นสรรพากรที่เพรียบพร้อม เลือกเข้าชมบริการเพิ่มเติมได้ที่ โปรแกรมบัญชี AccCloud

ปัญหาและความเสี่ยงในการเลือกซื้อโปรแกรมบัญชี

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันนี้โปรแกรมบัญชี จำนวนมากยังเป็น Window Base หรือ ติดตั้งที่เครื่องผู้ใช้งานแล้วใช้งาน

 

พนักงานขายเวลามานำเสนอ ก็จะพยายามขายให้ได้ โดยรับปากลูกค้ามั่วซั่วว่าระบบทำได้ ทุกอย่าง ถ้าผู้ซื้อโปรแกรมไม่ทันพนักงานขาย ยิ่งพนักงานขายสินค้าที่จับต้องไม่ได้แบบ Software ด้วยแล้ว ยิ่งไปกันใหญ่ เราอาจจะซื้อขยะมากองไว้ไม่สามารถใช้งานได้ แล้วคนที่ลำบากคือคนที่จะต้องใช้โปรแกรม

 

คราวนี้ หลังการขายถ้ายังไม่ดีอีก (ขายแล้วทิ้งเลย) เท่ากับเอาเงินก้อนนั้นทิ้งถังขยะไปฟรีๆ ซึ่งน่าเสียดายมากๆ หรือบางแห่งจะหลอกให้ซื้อๆไปก่อน จากนั้นพอผู้ใช้งาน ใช้ไม่ได้ก็ค่อยมาหลอกขายเพิ่ม Function ในราคามหาโหด และหลังการขาย ก็จะโทรมาแจ้งลูกค้าแกมข่มขู่ว่าถ้าข้อมูลหายหรือโปรแกรมมีปัญหาเราจะไม่รับผิดชอบ (เปรียบเสมือนเอาข้อมูลลูกค้ามาเป็นตัวประกัน ถ้าไมซื้อก็จะไม่ดูแลให้ หรือข้อมูลหายก็ซวยกันไป)

 

นี่คือปัญหาในเชิงจริยธรรมของการทำธุรกิจขายโปรแกรมบัญชีแบบดั้งเดิม ซึ่งไม่ว่าจะยังไง ลูกค้าก็เป็นรองกับบริษัทผู้ผลิตโปรแกรมบัญชีเหล่านี้อยู่แล้ว

 

แต่ใช่ว่าจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป ในปัจจุบันเทคโนโลยีได้เปลี่ยนไปแบบสิ้นเชิงแล้ว ผู้บริโภคมีตัวเลือก ที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ดีกว่า ประหยัดกว่า และสามารถตอบสนองการทำงานได้ดีกว่า เช่นโปรแกรมบัญชี ออนไลน์ AccCloud เป็นต้น

 

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น???

 

1. ไม่ว่าจะเป็น online หรือ offline สำคัญของโปรแกรมบัญชี คือ function : โปรแกรมบัญชี AccCloud เป็นโปรแกรมบัญชีที่เหนือชั้นกว่าโปรแกรมบัญชีบน windows ในท้องตลาดทั้งหมด เนื่องจากคุณสมบัติหลายอย่างเป็นคุณสมบัติของโปรแกรม ERP ที่มีความสามารถในเชิงการวางแผน การประมาณการต่างๆไม่ใช่แค่โปรแกรมบัญชีเพื่อออกเอกสารเพียงอย่างเดียว

 

2. โปรแกรมอยู่บน Cloud ดังนั้นผู้ใช้งานไม่ต้องมากังวลเรื่องโปรแกรมบัญชี มีปัญหาแล้วไม่มีคนแก้ เพราะทันทีที่มีปัญหา ทางผู้พัฒนาสามารถแก้ไขให้จบได้ภายใน 2 ชั่วโมงทันที และ ข้อมูลก็มีความปลอดภัยสูงกว่าบน computer ของผู้ใช้งาน

 

3. ด้านค่าใช้จ่าย บอกได้คำเดียวว่า ประหยัดกว่าโปรแกรมบัญชีบน windows ที่เป็น ออฟไลน์เป็นสิบเท่า ไม่ต้องลงทุนเป็นหลักแสนเพื่อใช้งาน เพียงแค่ใช้ตามที่จำเป็นก็พอ

 
โปรแกรมบัญชี
 
 
 

สามารถทดสอบการใช้งานระบบได้ที่ www.acccloud.tech

 

 

ทำความรู้จักกับ Cloud Database คืออะไรกัน

 
 

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ คำว่า Database ก่อนว่ามันคืออะไร Database หรือ ฐานข้อมูล ก็คือ ระบบที่รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีระบบมีความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลต่าง ๆ ที่ชัดเจน โดยในส่วนที่ใช้เก็บข้อมูล เพื่อใช้ในการค้นหา ให้มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนกลางได้สะดวกรวดเร็ว ซึ่งข้อมูลจะถูกเก็บในรูปของ rows, columns และ tables โดยอาศัยดรรชนี (indexed) เพื่อให้สามารถค้นหาข้อมูลได้รวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถทำการเพิ่ม (insert), ลด (delete) หรือ เปลี่ยนแปลง (update) ข้อมูลใหม่ได้อีกด้วย Database ถูกพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 1960 ใช้ในการทหาร ในยุคแรกๆ ฐานข้อมูลเริ่มต้นจาก hierarchical และ network databases จนมาถึงปี 1980 มีการนำเอา object-oriented-databases (OODBMS) เราสามารถจัดแบ่งประเภทของ database ตามรูปแบบของชนิดข้อมูลได้ เช่น ตัวเลข,ตัวอักษร หรือ รูปภาพ บางครั้งก็อาจจะแบ่งตามความนิยมของ relational database เช่น distributed database, cloud database หรือ NoSQL database. เป็นต้น Relational database ถูกคิดค้นขึ้นโดย E.F. Codd (IBM) สร้างขึ้นมาจากกลุ่มของ table ที่มีข้อมูลภายในโดยแบ่งออกเป็นตามประเภทที่ตั้งไว้ แต่ละ table จะมีความสัมพันธ์กับ Table อื่นโดยผ่านคุณสมบัติของRelation keys ต่างๆ โดยที่เราจะใช้ภาษาโครงสร้าง (Structural Query Language, SQL) ในการเรียกข้อมูล Distributed database หมายถึงการใช้ฐานข้อมูลเดียวกันแยกกันเก็บในหลายๆที่ และนำมารวมกันผ่านระบบ Network

 

 

แล้ว Cloud Database ล่ะคืออะไร Cloud database เป็นฐานข้อมูลแบบใหม่ ที่ถูกปรับปรุงและสร้างขึ้นบนระบบ virtualized แบบเดียวกับ hybrid cloud, public cloud หรือ private cloud โดยเราสามารถขยายขนาดเพิ่มขึ้น หรือ ปรับแต่ง resource ได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งาน ส่วน NoSQL database NoSQL database ถูกใช้ในรูปแบบ ที่เป็นการกระจายของข้อมูล จึงมีประสิทธิ์ภาพสูงสำหรับข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) เพราะ relational database ไม่ถูกออกมาให้รอบรับข้อมูลขนาดใหญ่ จึงนิยมใช้กับการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่ไม่ค่อยมีรูปแบบตายตัว

 
 

โปรแกรมบัญชี AccCloud ใช้ระบบฐานข้อมูลแบบ Cloud 100% ดังนั้นจึงรองรับผู้ใช้งานได้จำนวนมากและมีความเสถียร กว่าระบบอื่นๆ โดยเฉพาะระบบบัญชีบน Windows ทั่วๆไป

 
 
 

หากคุณมีความสนใจที่จะเข้าใช้งานโปรแกรมบัญชี คลิ๊ก เข้าสู่ระบบ Accloud

และสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมบัญชี Accloud ได้ที่ : www.acccloud.tech

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

การใช้นวัตกรรมในการทำธุรกิจ

นวัตกรรม (Innovation)  หมายถึงการทำสิ่งต่างๆด้วยวิธีใหม่ๆ และยังอาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางความคิด การผลิต กระบวนการ หรือองค์กร ไม่ว่าการเปลี่ยนนั้นจะเกิดขึ้นจากการปฏิวัติ การเปลี่ยนอย่างถอนรากถอนโคน หรือการพัฒนาต่อยอด ทั้งนี้ มักมีการแยกแยะความแตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างการประดิษฐ์คิดค้น ความคิดริเริ่ม และนวัตกรรม อันหมายถึงความคิดริเริ่มที่นำมาประยุกต์ใช้อย่างสัมฤทธิ์ผล (Mckeown, 2008) และในหลายสาขา เชื่อกันว่าการที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งจะเป็นนวัตกรรมได้นั้น จะต้องมีความแปลกใหม่อย่างเห็นได้ชัด และไม่เป็นแค่เพียงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เป็นต้นว่า ในด้านศิลปะ เศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และนโยบายของรัฐ ในเชิงเศรษฐศาสตร์นั้น การเปลี่ยนแปลงนั้นจะต้องเพิ่มมูลค่า มูลค่าของลูกค้า หรือมูลค่าของผู้ผลิต เป้าหมายของนวัตกรรมคือการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก เพื่อทำให้สิ่งต่างๆเกิดเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น นวัตกรรมก่อให้ได้ผลิตผลเพิ่มขึ้น และเป็นที่มาสำคัญของความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ (ที่มา Wikipedia)

 
 
ดังนั้นการนำนวัตกรรมมาใช้ในการทำธุรกิจ เราจึงจำเป็นต้องทราบด้วยว่านวัตกรรมนั้นมีประโยชน์และโทษอย่างไร
 

ประโยชน์ของการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการทำงาน

 

1. การลดต้นทุนแรงงาน จากเดิมใน process นึงอาจจะมีคนอยู่ 5-6 คน เมื่อนำเทคโนโลยี หรือ นวัตกรรมที่ช่วยเหลือในการทำงานมาใช้แล้วอาจจะลดคนลงเหลือแค่ 1-2 คน ซึ่งธุรกิจจะสามารถประหยัดค่าแรงงานลงไปได้

 

2 ด้านความถูกต้องและแม่นยำ จะนำมาซึ่งการลดต้นทุนด้านการผลิตลง (ของเสียจะลดลง)

 

3. ด้านความรวดเร็ว นอกจากการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการทำงานจะลดจำนวนคนได้แล้ว ยังช่วยให้งานออกมารวดเร็วขึ้นและถูกต้องมาขึนด้วยเช่นกัน

 

4. เพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในอนาคตธุรกิจจะต้องแข่งกันด้วยเทคโนโลยี หากเทคโนโลยีใครสูงกว่า ดีกว่า ผู้นั้นเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบในตลาด

ดังนั้นหากท่านวางแผนว่าจะปรับปรุงองค์กรของท่านให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ขอให้หมั่นศึกษาหานวัตกรรม หรือ เทคโนโลยีใหม่ๆเข้าไปเพื่อปรับปรุงองค์กรของท่านอยู่ตลอดเวลา

 

โปรแกรมบัญชี AccCloud เป็นโปรแกรมบัญชีที่เน้นทางด้านการใช้นวัตกรรม Cloud Computing เพื่อช่วยในการบริหารจัดการ และ ควบคุมภายในองค์กร โดยใช้เทคโนโลยี Cloud เข้ามาช่วย

 

 

ที่มา https://www.acccloud.tech

 

มารู้จักกับระบบ PLC กันเถอะ

เนื่องจากผู้เขียนได้เป็นที่ปรึกษาในด้านการวางระบบโรงงานจำนวนมาก และได้สังเกตเห็นโรงงานจำนวนมากในปัจจุบันเริ่มมีการปรับตัวนำระบบ computer automation เข้าช่วยในด้านการผลิตมากขึ้น วันนึ้จึงขออธิบายเรื่องราวเล็กๆน้อยๆเป็นความรู้เกี่ยวกับAutomation โดยใช้ PLC ครับ

 
 
 

โปรแกรมเมเบิลลอจิกคอลโทรลเลอร์ (Programmable logic Control : PLC) เป็นอุปกรณ์ควบคุมการทำงานของเครื่องจักรหรือกระบวนการทำงานต่างๆ โดยภายในมี Microprocessor เป็นมันสมองสั่งการที่สำคัญ PLC จะมีส่วนที่เป็นอินพุตและเอาต์พุตที่สามารถต่อออกไปใช้งานได้ทันที

 

โดยที่ตัว input switch จะต่อเข้ากับส่วนรับข้อมูล ส่วน Output จะ ต่อออกไปควบคุมการทำงานของอุปกรณ์หรือเครื่องจักรอีกหนนึง ทั้งนี้เราสามารถที่จะสร้างวงจร การควบคุมได้โดย ป้อนโปรแกรมคำสั่งเข้าไปใน PLC

 

*** หมายเหตุ PLC ยังสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นเช่นเครื่องอ่านบาร์โค๊ด (Barcode Reader) เครื่องพิมพ์ (Printer) และการทำงานของ PLC จะมีทั้งแบบ Stand Alone และแบบ Network

 

โครงสร้างของ PLC

PLC เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับใช้ในงานอุตสาหกรรม ประกอบด้วย หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำ หน่วยรับข้อมูล หน่วยส่งข้อมูล และหน่วยป้อนโปรแกรม PLC ขนาดเล็กส่วนประกอบทั้งหมดของ PLC จะรวมกันเป็นเครื่องเดียว แต่ถ้าเป็นขนาดใหญ่สามารถแยกออกเป็นส่วนประกอบย่อยๆ ได้

หน่วยความจำของ PLC ประกอบด้วย หน่วยความจำชนิด RAM และ ROM หน่วยความจำชนิดRAM ทำหน้าที่เก็บโปรแกรมของผู้ใช้ ส่วน ROM ทำหน้าที่เก็บโปรแกรมสำหรับใช้ในการปฏิบัติงานของ

 

1. RAM (Random Access Memory) หน่วยความจำประเภทนี้จะมีแบตเตอรี่เล็กๆ ต่อไว้ เพื่อใช้เลี้ยงข้อมูลเมื่อเกิดไฟดับ การอ่านและเขียนโปรแกรมลงใน RAM ทำได้ง่าย

2. EPROM (Erasable Programmable Read Only Memory) หน่วยความจำชนิด EPROM นี้จะต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการเขียนโปรแกรม การลบโปรแกรมทำได้โดยใช้แสงอัลตราไวโอเลตหรือตากแดดร้อนๆ นานๆ มีข้อดีตรงที่โปรแกรมจะไม่สูญหายแม้ไฟดับ จึงเหมาะกับการใช้งานที่ไม่ต้องเปลี่ยนโปรแกรม

3. EEPROM (Electrical Erasable Programmable Read Only Memory) หน่วยความจำชนิดนี้ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการเขียนและลบโปรแกรม โดยใช้วิธีการทางไฟฟ้าเหมือนกับ RAM นอกจากนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีแบตเตอรี่สำรองไฟเมื่อไฟดับ

ความเชื่อมโยง

ท่านลองคิดดูว่า ทันทีที่ ระบบ ERP มีการรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าแล้ว และนำคำสั่งซื้อนั้นไปเข้าสู่กระบวนการผลิต แล้วให้ระบบจัดการ คำนวณ วัตถุดิบ และ ระบบ automation ทำการจัดสรรวัตถุดิบ และนำไปผลิตทันที ในโรงงานจะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้มากมายขนาดไหน

 

การจะทำเช่นนั้นได้ ระบบ ERP ที่นำมาใช้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีเทคโนโลยีรองรับที่สอดคล้องกับอนาคต

โปรแกรมบัญชี AccCloud ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการเชื่อมโยงในส่วนนี้โดยเฉพาะ

 

สนใจติดต่อ https://www.acccloud.tech/

 

 

 

 

 

 

 

 

อะไรคือ TQM และ TQM สำคัญอย่างไร

ปัจจุบันธุรกิจมีการแข่งขันกันสูงขึ้น ทั้งด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถแข่งขันในโลกธุรกิจกับคู่แข่งอื่นๆ ได้อย่างทัดเทียม การบริหารองค์กรด้วยระบบ TQM มีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตและพัฒนาขึ้นได้อย่างมั่นคง พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า

TQM คืออะไร?

TQM หรือ Total Quality Management คือ ระบบการบริหารเพื่อการพัฒนาและรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการ เป็นรูปแบบการบริหาร (Management Model) รูปแบบหนึ่งที่มุ่งเน้นการให้ความสำคัญสูงสุดต่อลูกค้า โดยอาศัยความร่วมมือของพนักงาน องค์กร ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรูปแบบการบริหารแบบ TQM มีปรัชญาว่า

"หากองค์การสามารถผลิตสินค้าหรือบริการให้ลูกค้าที่พึงพอใจได้แล้ว ลูกค้าก็จะกลับมาซื้อสินค้าหรือบริการ"

กล่าวคือ TQM (Total Quality Management) เป็นระบบบริหารคุณภาพที่มุ่งเน้นการปรับปรุงเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการต่างๆ ทั้งด้านความต้องการ ด้านคุณภาพ ด้านสินค้าและบริการ ซึ่งมาจากลูกค้าอีกทีนึง ดังนั้น TQM จึงเป็นแนวทางที่หลายองค์กรนำมาใช้ปรับปรุงงานระบบที่เป็นภาพรวมทั้งองค์กร ระบบนี้ลูกค้าจะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานหรือความต้องการ เป็นระบบที่ปรับปรุงการวางแผน การจัดองค์กร และการทำความเข้าใจในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับแต่ละบุคคลในแต่ละระดับเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ของ TQM

  • เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
  • เพื่อพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องในกิจกรรมทุกด้านและช่วยลดต้นทุน
  • เพื่อสร้างความพึงพอใจและยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานทุกคน
  • เพื่อความอยู่รอดขององค์กรและการเจริญเติบโต
  • เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น
  • เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

การที่องค์กรจะลงมือทำ TQM ได้นั้นโดยทั่วไปต้องผ่านด่านของ ISO เสียก่อนดังรูป

 

*** หมายเหตุ ISO ที่สำเร็จ มักจะมีรากฐานมาจากการวางระบบที่ดี โปรแกรมบัญชี AccCloud นับเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานของ ISO ภายในองค์กร

 
 

เราสามารถเขียนภาพของส่วนประกอบของ TQM ได้ดังภาพ

 

ความสำคัญและประโยชน์ของ TQM

1. ช่วยเพิ่มความพึงพอใจ และตอบสนองความต้องการลูกค้า

การนำ TQM ไปใช้จะช่วยให้ลูกค้ามีความพึงพอใจในสินค้าและบริการมากขึ้น และยินดีที่จะกลับมาใช้บริการซ้ำอีกครั้ง

 

2. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร

ระบบ TQM ช่วยให้องค์กรมีกระบวนการทำงานที่สะดวก รวดเร็ว มีการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้น ช่วยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นในการทำงาน ช่วยให้พนักงานในองค์กรดำเนิงานได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ

 

3. สร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาปะสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาองค์กรที่ดีเริ่มได้จากการสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม TQM มีส่วนช่วยในการสร้างสภาพแวดล้อมเหมาะกับการปรับปรุงและพัฒนาระบบต่างๆ ให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น รวดเร็ว และเป็นระบบ


4. สร้างความน่ามั่นคงให้องค์กร ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ

การนำ TQM ไปใช้กับองค์กร มีผลทำให้องค์กรมีความมั่นคงทั้งในด้านการเงินและความเชื่อถือของลูกค้า


5. พัฒนาทรัพยากรบุคคล เพิ่มศักยภาพของบุคลากร

TQM ช่วยพัฒนาทักษะและความรู้ของพนักงาน ทำให้พวกเขามีความสามารถในการแก้ไขปัญหาและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงได้อยู่เสมอ

TQM หรือ Total Quality Management เป็นการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นคุณภาพในทุกกระบวนการขององค์กร โดยให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก การนำ TQM มาใช้ในองค์กรสามารถก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ทั้งในด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ นวัตกรรม ความยั่งยืน และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ช่วยให้องค์กรสามารถแข่งขันในโลกธุรกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

หากคุณมีความสนใจที่จะเข้าใช้งานโปรแกรมบัญชี คลิ๊ก เข้าสู่ระบบ Accloud

และสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมบัญชี Accloud ได้ที่ : www.acccloud.tech

อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างการเช่าซื้อ กับ ลีสซิ่ง

โปรแกรมบัญชี AccCloud.co
 
 
 

เช่าซื้อ (Hire Purchase)

 

ง่ายๆเลยครับ คือ สินค้าหรือ ของชิ้นๆนั้นๆ ยังไม่เป็นของเราจนกว่า จะจ่ายครบ

 

เราในฐานะลูกค้าหรือผู้เช่าซื้อจะทำสัญญากับผู้ให้เช่าซื้อว่าจะชำระค่าสินค้าเป็นงวด ตามระยะเวลาที่กำหนด โดยระหว่างนั้นผู้เช่าซื้อสามารถนำสินค้าหรือทรัพย์สินนั้นมาใช้งานได้ก่อน แต่ว่ากรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อ จนกว่าจะผู้เช่าซื้อจ่ายเงินครบตามสัญญาจึงจะโอนกรรมสิทธิ์นั้นมาเป็นของเรา เช่น การเช่าซื้อรถยนต์เป็นต้น

 

ลีสซิ่ง (Leasing)

เหมือนเช่าซื้อครับ แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อสินค้า หรือ ทรัพย์สินชิ้นนั้นหรือเปล่า

 

กล่าวคือ เราจะต้องชำระเงินค่าเช่าเป็นงวด ๆ ตามเวลาที่กำหนดในสัญญาเช่า แต่เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า เราสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อ ต่อสัญญาเช่า หรือส่งคืนทรัพย์ให้กับผู้ให้เช่า ส่วนมากผู้ที่ทำสัญญาลักษณะนี้ มักเป็นบริษัทหรือนิติบุคลที่ต้องการเช่าทรัพย์สินที่มีราคาแพงหรือเช่าทรัพย์สินในปริมาณมาก หรืออาจเป็นการเช่าสินค้าที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

สัญญาเช่าลิสซิ่ง มี 2 ประเภท

1. สัญญาเช่าดำเนินงาน (Operating Lease) ผู้เช่าจะถือว่าเงินที่จ่ายออกไปทุกเดือนนั้นเป็น “ค่าเช่า” และกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์นั้นไม่ได้เป็นของผู้เช่า

 

2. สัญญาเช่าทางการเงิน (Financial Lease) ผู้เช่าจะบันทึกสินทรัพย์ที่เช่าเป็น “สินทรัพย์” ของบริษัท และนำมาคำนวณค่าเสื่อมราคา

 

โปรแกรมบัญชี AccCloud สามารถรองรับกับธุรกิจประเภทที่มีการผ่อนชำระเป็นงวดๆ แบบเช่าซ์้อได้ โดยที่จะคอยมีปฏิทินคอยเตือนด้านการชำระเงิน และ การติดตามด้านการเงินต่างๆในระบบเช่นกัน

 

www.acccloud.tech

 

 

 

 

 

 

 
 
 

เทคนิคการติดตั้งรหัสสินค้า/วัตถุดิบ

โปรแกรมบัญชี AccCloud.co
 
 

การตั้งรหัสสินค้า/วัตถุดิบ หลักการพื้นฐานเลยคือการตั้งให้อ่านง่าย เข้าใจง่ายและเป็นตัวแทนของสินค้า/วัตถุดิบรายการนั้นๆ

 

การตั้งรหัสที่ดีต้องสอดคล้องกับการใช้งานผู้ใช้ระบบ กล่าวคือ ผู้ใช้ระบบเมื่อเห็น Code แล้ว ควรจะพอเดาได้ว่า Code นั้นสื่อถึงสินค้าตัวไหน นอกจากนั้น รหัสที่ดีจะต้องไม่ยาวจนเกินไป ควรจะกระชับได้ใจความสำคัญ

เช่น

แท่งอลูมิเนียมอัลลอย 6061 เกรด T651 = AL6061T651 อยู่ในกลุ่มของ Aluminum หรือ

ทีวีSamsung LED TV 24 นิ้ว รุ่น UA24H4003 (Black) = SS-UA24H4003 อยู่ในกลุ่มของ TV เป็นต้น

 

จำนวนรายการของ Code สินค้า บางกิจการ 100รายการ ก็ถือว่ามากเกินไป บางกิจการ 1000 รายการก็น้อยเกินไป ไม่มีสูตรตายตัวว่าควรเท่าไหร่ แต่จุดประสงค์ของการสร้าง Code/รหัส ก็คือต้องการควบคุม ดังนั้น หากเราต้องการคุม Stock สินค้าตัวไหน เราก็ควรใส่ Code ให้กับสินค้าตัวนั้น

 

ประเด็นคือเมื่อไหร่จะคุมหรือไม่คุม Stock ให้ดูจากมูลค่าของ สินค้า/วัตถุดิบ ที่เราจะให้รหัสกับมัน ถ้าดูแลมูลค่าไม่มาก และ นานๆใช้ที และ ไม่ค่อยจะมีคงค้างใน Stock หรือ มีบ้างแต่ไม่มาก นั่นเราอาจจะไม่ต้องไปใส่รหัสให้มันก็ได้ ถือเป็น วัสดุสิ้นเปลืองไป แต่ถ้าตรงกันข้าม มีการใช้อยู่เรื่อยๆ หรือ มีมูลค่าที่มีนัยยะต่อสินค้าคงคลัง ตัวนั้นจำเป็นต้องใส่รหัสสินค้า

 

โดยธรรมชาติแล้วอะไรที่เยอะไปก็ไม่ดี อะไรที่น้อยไปก็ไม่ดี เช่นเดียวกัน ถ้ารหัสเยอะ สิ่งที่จะตามมาคือ ความปวดหัวในการคุม Stock รวมถึงการตรวจสอบสินค้า ถ้ารหัสเยอะ หมายถึงการตรวจสอบจะเยอะตาม นั่นก็คือ ฝ่ายคลังจะต้องงานหนักขึ้น และคนต้องมากขึ้น (ต้นทนบุคลากรก็จะสูงขึ้น)

 

ดังนั้นในการขึ้นระบบ ERP ครั้งแรก การจัดเตรียมข้อมูลพื้นฐานจัดเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากเตรียมมาไม่ดี โดยมาก ต้องขึ้นระบบใหม่ (นับ Stock กันใหม่ เตรียมข้อมูลกันใหม่) ซึ่งจะเสียเวลาเสียกำลังคนพอสมควร

 

โปรแกรมบัญชี AccCloudจัดเป็นระบบ mini ERP ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับ ERP ระบบใหญ่ ดังนั้นการจัดเตรียมข้อมูลพื้นฐานเพื่อขึ้นระบบจึงมีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน

 

ในโปรแกรมบัญชี AccCloud ได้เตรียมไฟล์นำเข้าในรูปแบบของ Excel ไว้ให้กับผู้่ใช้งาน เพื่อจัดเตรียมข้อมูลและตรวจสอบเบื้องต้นก่อน จากนั้นจึงนำเข้า ดังนั้นระบบ AccCloud จึงมีการป้องกันปัญหาในอีกระดับนึง

มารู้จักความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยี VDI และ Cloud กัน

Virtual Desktop Infrastructure (VDI) จะคล้ายๆกับ Remote Desktop (หรือ การ Remote ผ่าน internet เข้าไปใช้งานเครื่อง คอมพิวเตอร์ต่างๆ แต่ VDI จะต่างออกไป ตรงต้องมี Virtualization host เช่น VMware ซึ่งติดตั้ง Virtual Machine(VM) จำนวนมากเอาไว้ จากนั้น user ก็จะ connect มาที่ VM เหล่านั้นผ่านทาง Remote Desktop และก็เหมือน Remote Desktop คืออาจมาจากหลายทางก็ได้ไม่ว่าจะเป็น Client OS, thin client หรือ mobile device จากนั้นเมื่อ user connect ได้แล้วก็จะ สามารถใช้งาน application ไว้ว่าจะเป็น Microsoft Office หรือ business application ต่างๆ

 
 
 

อ่านข้อแตกต่างด้านบนแล้ว แต่ละคนคงคิดว่าอย่างนี้ก็ย้ายไปใช้ VDI เลยไม่ดีกว่าหรือ

เพราะ VDI ก็ทำได้ทุกอย่างที่ Remote Desktop ทำได้ แต่ อย่าลืมข้อสำคัญมากกกกกกกก อีกอย่างที่มองข้ามไม่ได้ก็คือ VDI ส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่า Remote Desktop มากกกกกกกกก นอกจากนี้ยังมีค่า license และเนื่องจาก technology ที่ต่างกัน

ดังนั้นในปัจจุบัน Application หรือโปรแกรม โดยเฉพาะโปรแกรมบัญชีที่บน windows ที่อ้างว่าตนเองขึ้น Cloud ได้ นั่นเป็นเพราะ ตัวโปรแกรมเขาเอาไปขึ้น VDI จึงทำให้ค่าใช้จ่ายรายเดือนของโปรแกรมแพงขึ้นแบบหนักหนาสาหัสมาก และไม่คุ้มต่อการลงทุนด้วยเหตุผลทั้งปวง

 

ในยุคอนาคต การที่ใช้โปรแกรมแบบติดตั้งจะค่อยๆหมดไป เนื่องจาก เทคโนโลยีไม่อำนวย การที่จะไปดึงเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ เพื่ออุ้มเทคโนโลยีขั้นต่ำ นั่นหมายถึงต้นทุนการดำเนินงานของเราจะสูงขึ้นไปด้วย โดยใช่เหตุ

ดังนั้น หากท่านต้องการจะปรับเปลี่ยน องค์กร หรือ หันมาใช้เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการองค์กรในระยะยาว

 

ใช้เทคโนโลยีที่เป็นปัจจุบัน ที่สอดคล้องกับการเติบโตของโลกในอนาคตเถอะครับ

ส่วน Cloud Base Application คือ โปรแกรมที่ฝังตัวอยู่บน web site ไม่จำเป็นต้องมาสร้างห้องเพื่อทำ Remote ของ แต่ละผู้ใช้งานซึ่งสิ่งที่จะได้คือ ต้นทุนที่ประหยัดกว่าเนื่องจากเป็น Eco-System

 

โปรแกรมบัญชี AccCloud เป็นโปรแกรมบัญชีที่ ทำงานบน Cloud 100% ทำให้ต้นทุนของระบบราคาถูกกว่า VDI ฺเยอะมากกกกก และ ไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรม หรือติดตั้งโปรแกรมที่เครื่องใดๆทั้งสิ้น นอกจากนั้น Function การทำงานยังไม่แพ้โปรแกรมบัญชีทุกโปรแกรม windows base ด้วยเช่นกัน

 

 

ขั้นตอนการพัฒนาการผลิตแบบลีน (Lean Production)

การผลิตแบบลีนคืออะไร

 

ลีน คือ ปรัชญาในการผลิต ซึ่งถือว่าความสูญเปล่านั้น เป็นตัวทำให้เวลาที่ใช้ในการผลิตยาวนานขึ้น และควรมีการนำเทคนิคต่างๆ มาใช้ในการกำจัดความสูญเปล่าออกไปโดยมุ่งเน้นกำจัดความสูญเสีย

 
Conceptual Lean production | Download Scientific Diagram
 
ขั้นตอนการพัฒนาการผลิตแบบลีน การนำการผลิตแบบลีนมาปฏิบัติจะด าเนินการตามขั้นตอนหลัก 7 ขั้นตอน ดังนี้ 
1 การเตรียมความพร้อม เป็นการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ได้แก่ สถานที่ เครื่องมืออุปกรณ์ จำเป็น บุคลากร และช่องทางการติดต่อสื่อสารภายในระหว่างสมาชิกผู้ดำเนินโครงการ 
2 การระบุคุณค่าของสินค้าและบริการ เป็นการระบุคุณค่าของสินค้าและบริการในมุมมองของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าภายในหรือภายนอก 
3 การสำรวจสถานะปัจจุบันของกระบวนการ เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ ทั้งหมดมาสรุปลงบนแผนภาพกระแสคุณค่าเพื่อระบุปัญหาและนำไปใช้ในการวางแผน เพื่อพัฒนาขั้นตอน ต่อไป 
4 การประเมินผลการจัดการกระบวนการ เป็นการประเมินสภาพของกระบวนการและตัวชี้วัดผล โครงการ ตามแนวทางของระบบการผลิตแบบลีนเพื่อไปใช้ประกอบซึ่งแผนพัฒนาการบริการ 
5 การวางแผนพัฒนากระบวนการสร้างคุณค่า โดยพิจารณาแผนภาพกระแสคุณค่าในทุกขั้นตอน การด าเนินงาน เพื่อหาว่ากิจกรรมใดไม่เพิ่มคุณค่าและเป็นความสูญเปล่าเพื่อวางแผนและด าเนินการปรับปรุง 
6 การขับเคลื่อนกระแสคุณค่า เป็นการท าให้กิจกรรมต่างๆที่มีคุณค่าด าเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดย ปราศจากการติดขัด การอ้อม การย้อนกลับ การคอย การเกิดของเสียและให้ความส าคัญกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ 
7 การสร้างคุณค่าแลกำจัดความสูญเสียอย่างต่อเนื่อง เป็นขั้นตอนการค้นหาส่วนเกินที่ถูกซ่อนไว้ ซึ่งเป็นความสูญเปล่า กำจัดออกไปอย่างต่อเนื่องและขยายผลการปรับปรุงด้วยการผลิตแบบลีนไปสู่บริเวณ อื่นๆ ได้แก่ ลูกค้า ผู้ส่งมอบและผู้รับเหมาช่วงการผลิต
 
 
 
 

 

Education Template

Scroll to Top